เสลดพังพอนตัวเมีย แก้สิว แก้แผล ได้ผลดีเกินคาด

เสลดพังพอนตัวเมีย เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ลิ้นมังกร ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่),
พญาปล้องคำ (ลำปาง), พญาปล้องทอง (ภาคกลาง), ลิ้นงูเห่า พญายอ (ทั่วไป), โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น
เสลดพังพอนตัวเมีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มแกมเถา มักเลื้อยพาดไปตามต้นไม้อื่นๆ มีความสูงได้ประมาณ 1-3 เมตร
ลำต้นมีลักษณะเกลี้ยง ต้นอ่อนเป็นสีเขียว ลำต้นมีลักษณะกลม ผิวเรียบเป็นปล้องสีเขียว
ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำหรือแยกเหง้าแขนงไปปลูก ขณะเดียวกัน เสลดพังพอนตัวเมีย
ยังเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี
มีแสงแดดจัด มีเขตการกระจายพันธุ์ใน จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไทย
โดยในไทยมักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วทุกภาคของประเทศ
ส่วน ใบเสลดพังพอนตัวเมีย จะเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก
รูปรีแคบขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ
ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-9 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบ
ด้าน ดอกเสลดพังพอนตัวเมีย
ออกดอกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกประมาณ 3-6ดอก กลีบดอกเป็นสีแดงส้ม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก คือ ปากล่างและปากบน ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ
โดยกลีบดอกจะเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนกลีบรองกลีบดอกนั้นเป็นสีเขียว ยาวเท่ากัน
มีขนเป็นต่อมเหนียวอยู่โดยรอบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 2 อัน ส่วนเกสรเพศเมียเกลี้ยงไม่มีขน
ออกดอกในช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม แต่มักจะไม่ค่อยออกดอก
ซึ่ง เสลดพังพอน เป็นชื่อพ้องของพรรณไม้ 2 ชนิด คือ เสลดพังพอนตัวผู้ และเสลดพังพอนตัวเมีย
จะแตกต่างกันตรงที่เสลดพังพอนตัวผู้ลำต้นจะมีหนามและมีดอกเป็นสีเหลือง
ส่วนเสลดพังพอนตัวเมียลำต้นจะไม่มีหนามและมีดอกเป็นสีแดงส้มดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการสับสน
หลายตำราจึงนิยมเรียกเสลดพังพอนตัวเมีย ว่า “พญายอ” หรือ“พญาปล้องทอง” ขณะที่ เสลดพังพอนตัวผู้
จะมีสรรพคุณทางยาอ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมียและตำรายาไทยนิยมนำมาใช้ทำยากันมาก
สรรพคุณที่น่าสนใจของ เสลดพังพอนตัวเมีย มีมากมายหลายอย่าง แต่ที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้คือ
ใช้แก้สิวเม็ดผดผื่นคัน ด้วยการนำใบมาดองกับเหล้า แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวและเม็ดผดผื่นคัน
นอกจากนี้ยังใช้ใบสดประมาณ 5 ใบ นำมาตำพอกบริเวณแผลสัก 10 นาที
ใช้รักษาแผลจากสุนัขกัดมีเลือดไหลได้หรือใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผล แผลจะแห้ง
หรือจะใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้า ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
จะมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อนได้ดีขณะที่อีกตำราระบุว่ายังช่วยรักษาแผลเปื่อยเนื่องจากถูกแมงกะพรุนไฟ แผลสุนัขกัด
และแผลที่เกิดจากการถูกกรดได้อีกด้วยเพียงแค่นำใบไปหุงกับน้ำมัน แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นนั่นเอง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *