ดูแลจิตใจเด็กที่ถูกทำร้าย เพื่อจัดการกับความกลัว

ปัจจุบันมีข่าวคราวเกี่ยวกับการทำร้ายเกิดขึ้นมากในสังคมไทยอีกทั้งในเด็กรวมทั้งคนแก่
ส่งผลกระทบทั้งกายและใจ ก่อให้เกิดความฝังใจหรือรอยแผลที่ยากจะฟื้นฟูให้กลับมาอย่างเดิมได้
หลายครั้งทำให้คนที่ประสบภัยจากการถูกรังแก มีความหวาดกลัวแล้วก็ระแวงกระทั่งเปลี่ยนเป็นปัญหาต่อการดำรงชีวิต
สำหรับเหยื่อที่เป็นเด็กเมื่อมีความหวาดกลัวเกิดขึ้นแล้ว บิดามารดาหรือผู้ดูแลควรจะให้การดูแลเอาใจใส่ด้วยความใกล้ชิดและก็เหมาะสม

ความหวาดกลัวของผู้ที่ถูกทำร้าย
เมื่อเจอกับสถานะการณ์ที่กระทบจิตใจ สมองจะพูดว่าสิ่งนั้นอันตรายแล้วก็น่ากลัว
ทำให้เมื่อพบสิ่งที่ดูคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเผชิญ สมองก็เลยสั่งให้เลี่ยงสิ่งนั้น เช่น เหยื่อที่ถูกข่มขืน อาจกลัวเพศชายและก็หลบหลีกที่จะเข้าใกล้ ฯลฯ

การดูแลจิตใจเด็กที่ถูกทำร้าย
1.บิดามารดาหรือผู้ดูแลจะต้องทำให้เด็กรู้สึกไม่เป็นอันตรายด้วยวิธีต่างๆตั้งแต่คำพูดไปจนกระทั่งความประพฤติ
บางทีอาจบอกเด็กว่าจะอยู่ใกล้ๆไม่ทิ้งไปไหน ในส่วนของการกระทำอาจใช้วิธีกอดเพื่อรู้สึกไม่มีอันตราย เมื่อเด็กเกิดความกลัว
2.หลีกเลี่ยงคำพูดที่พูดว่าเรื่องนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็ก เช่น ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก มันไม่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องกลัว ฯลฯ
3.รับฟังให้มากและแสดงออกถึงความเข้าใจ รับฟังความรู้สึกด้วยการเปิดใจ ไม่ตัดสิน
4.พยายามทำให้เด็กมั่นใจว่าเหตุนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก เช่น ในกรณีที่เด็กถูกล่วงละเมิดในสุขา
บางครั้งอาจจะแนะนำเด็กว่าเวลาเข้าห้องน้ำให้ไปกับเพื่อนหลายคน มีมาตรการชัดเจนที่จะทำให้เด็กรู้สึกไม่มีอันตรายว่าเรื่องนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น ฯลฯ
5.ให้เวลาช่วยแก้ไขจิตใจเด็ก อย่าบังคับให้เด็กไปพบกับสิ่งที่กระตุ้นความหวาดกลัวของเด็ก
ถ้าหากเด็กยังไม่พร้อม อย่างเช่น ในกรณีที่เด็กกลัวเพศชายแม้แต่บิดาของตนเอง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนให้เด็กใกล้บิดา
ผู้เป็นบิดาบางทีอาจค่อยๆใกล้ลูก โดยใช้ความสัมพันธ์ของบิดาลูก ให้ลูกค่อยๆปรับภาวะจิตใจ
ทำความเข้าใจว่าบิดาไม่ใช่ผู้ที่อันตรายหรือน่ากลัว แล้วเด็กก็จะรู้สึกวางใจ

นอกเหนือจากการดูแลจิตใจหลังเด็กถูกทำร้าย ยังพบว่าบางครั้งเด็กที่ถูกทำร้ายก็ไม่กล้าบอกใครว่าตนเองถูกทำร้าย
บางทีอาจถูกขู่เข็ญไว้ หรือมีความกลัวด้วยความนึกคิดตนเอง รวมทั้งเหตุผลอื่น นับว่าเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องให้ความใส่ใจเช่นเดียวกัน ด้วยแนวทางต่างๆดังต่อไปนี้
1.สอนให้เด็กรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลปกป้องสิทธิของตนเองตั้งแต่เล็กๆไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุ
บอกกับเด็กว่าร่างกายของเราเป็นสิทธิของเรา ไม่มีผู้ใดมีสิทธิทำอะไรกับร่างกายเราโดยที่เราไม่อนุญาต
ถ้าเกิดใครมากลั่นแกล้ง ล้อเลียน หรือรังแก จำเป็นต้องบอกบิดามารดาผู้ดูแลในทันที ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม
2.เลี่ยงการบอกถึงบทลงโทษที่น่ากลัวของผู้กระทำร้าย อย่างเช่น ถูกประหาร จำคุก ฯลฯ
ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดผู้ทำร้ายเป็นบุคคลใกล้ตัวเด็ก อย่างเช่น บิดา ตา ปู่ หรือบุคคลอื่น อาจจะทำให้เด็กไม่กล้าบอกเรื่องจริง
เพราะกลัวว่าคนใกล้ตัวจะได้รับบทลงโทษนั้น แต่ให้บอกกับเด็กว่าผู้ที่ทำผิดเป็นบุคคลที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ไปรังแกผู้ใดกันอีก
3.หลบหลีกการกล่าวโทษผู้ประสบเหตุให้เด็กฟัง เช่น สาเหตุที่โดนรังแกเพราะเดินคนเดียว
หรือโดนรังแกเพราะแต่งตัวไม่เรียบร้อย ถ้าเด็กกลายเป็นเหยื่อบางทีอาจไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากกลัวถูกต่อว่าว่าเป็นเพราะตนเอง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *