กะเพรา…อาหารเพื่อสุขภาพยอดฮิตของไทย

ผัดกะเพรา อาหารจานด่วนรสเด็ดยอดฮิตของไทย เราคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเมนูที่ร้านอาหารตามสั่งแทบทุกร้านในประเทศไทยจำเป็นต้องมี เป็นเมนูที่ปรุงง่ายและเมื่อปรุงครั้งใด กลิ่นหอมฉุนก็จะฟุ้งกระจายเตะจมูกผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาจนต้องส่งเสียงไอจามขานรับกลิ่นฉุนที่แสดงถึงความร้อนแรงและรสชาติอร่อยอย่างไม่รู้ลืม หลายคนคงจะรู้จักกะเพรากันอยู่แล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ากะเพรานั้นมีสองชนิด คือ กะเพราขาว และกะเพราแดง ซึ่งเราสามารถที่จะแยกแยะชนิดของกะเพราได้จากการสังเกตสีของลำต้น กะเพราแดงจะมีสีของลำต้นและก้านใบเป็นสีเขียวอมม่วงแดง ส่วนกะเพราขาวจะมีส่วนต่างๆ เป็นสีเขียวอ่อน ลักษณะคล้ายกับต้นแมงลัก แต่กลิ่นและรสชาติของกะเพราทั้งสองชนิดนั้นเหมือนกัน

กะเพราเป็นพืชที่นิยมใช้ใบอ่อนสดมาประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อ เพิ่มรสชาติ ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม เมนูที่พบได้บ่อย คือ ผัดกะเพราไข่ดาว ผัดขี้เมาแกงป่า ต้มโคล้ง ต้มยำ ผัดเผ็ด ผัดฉ่า หรือแม้แต่ลวกยอดกะเพราจิ้มน้ำพริก จะได้อาหารรสชาติเผ็ดร้อนถูกปากคนไทย กะเพราได้รับการยอมรับในกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สังเกตได้จากวงการธุรกิจประเภทอาหารชั้นแนวหน้าที่ต้องการเอาใจผู้บริโภค มักจะใส่รสกะเพราเข้าไปในอาหารชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอดรสกะเพรา แฮมเบอร์เกอร์รสกะเพรา มันฝรั่งทอดกรอบรสกระเพรา เป็นต้น แสดงถึงความนิยมและการยอมรับในรสชาติกะเพรา อาหารจานด่วนรสเด็ดแบบไทยๆ ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงนั่นเอง

กะเพรามีสารอาหารครบถ้วน มีเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) สูงมาก ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจขาดเลือดได้ มีแคลเซียม (Calcium) และฟอสฟอรัส (Phosphorus) ในปริมาณสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามิน (Vitamin) อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายชนิด หากเปรียบเทียบกะเพราทั้งสองชนิดในปริมาณที่เท่ากัน กะเพราแดงจะมีเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) และฟอสฟอรัส (Phosphorus) สูงกว่ากะเพราขาว และกะเพราขาวมีแคลเซียม (Calcium) สูงกว่ากะเพราแดง นอกจากคุณค่าทางอาหารแล้ว กะเพรายังมีฤทธิ์ทางยาช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง รวมทั้งแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ โดยสามารถนำกะเพราไปต้มเอาน้ำดื่มหรือปรุงเป็นอาหารรับประทานก็ได้

หากสนใจจะปลูกกะเพราไว้บริโภคก็ไม่ยาก เพียงแค่นำเมล็ดมาโรย หรือใช้กิ่งแก่ที่เด็ดใบใช้แล้วนำไปปักชำในดินที่มีความชื้นแฉะ กะเพราก็จะผลิใบให้สามารถเด็ดไปใช้ได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีวันหมด

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *