เปลื่ยนความงามที่มาจากธรรมชาติและเคล็ดลับต่างๆจากเรา Blog

0

อาหารเพื่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพคือการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โปรตีน
คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน โดยแต่ละหมู่ก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป
เช่น โปรตีน ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วต่างๆ
ซึ่งโปรตีนมีหน้าที่สำคัญคือช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
คาร์โบไฮเดรต จะได้แก่ แป้ง ข้าว ขนมปัง เป็นต้น โดยมีหน้าที่ให้พลังงาน
วิตามิน เกลือแร่ จะได้จากผัก ผลไม้ต่าง
เพราะในผักมีกากใยและไฟเบอร์ที่จะช่วยในระบบขับถ่าย
ไขมัน จะเป็นจำพวกไขมันที่ได้จากพืชและสัตว์ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายของเราอบอุ่น
อาหารที่มีประโยชน์ อาทิเช่น ไข่ไก่ เป็นแหล่งสะสมของโปรตีนคุณภาพสูง
ที่ให้พลังงานแต่ไม่ทำให้อ้วน ช่วยบำรุงสายตา
ถั่ว เป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอด
ไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกายและมีไฟเบอร์ช่วยในการขับถ่ายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ที่จะได้รับ
อาหารเพื่อสุขภาพนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส มีสุขภาพจิตที่ดีเป็นต้น
ซึ่งอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของเราพร้อมที่จะทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่
และต้านโรคภัยต่างๆได้เป็นอย่างดี…

0

ประโยชน์ของหัวปลี

 

1. บำรุงเลือด
หัวปลีมีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง
โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์หรือคุณแม่หลังคลอดบุตร
2. ขับน้ำนม
ด้วยสรรพคุณหัวปลีที่ช่วยบำรุงเลือด
ทำให้หัวปลีมีประโยชน์ในการช่วยขับน้ำนมของหญิงหลังคลอดบุตร
โดยให้รับประทานเมนูหัวปลีหลังคลอดใหม่ ๆ จะช่วยขับน้ำนมได้ดีมาก
3. ลดระดับน้ำตาลในเลือด
การศึกษาในวารสาร Phytoterapy Research เมื่อปี 2000
เผยผลการวิจัยฤทธิ์ของหัวปลีกับการลดระดับน้ำตาลในเลือด
โดยทดลองให้หนูกินหัวปลี 0.15-0.25 กรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ตลอดระยะเวลา
30 วัน ซึ่งพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูลดลง และมีระดับฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ยังอยู่ในขอบเขตของสัตว์ทดลองเท่านั้น
ส่วนการทดลองในคนยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
4. ลดการอักเสบในร่างกาย
ในหัวปลีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า มีทานอล
ซึ่งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Food Science and Biotechnology เมื่อปี 2010 พบว่า
สารสกัดจากหัวปลีมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ค่อนข้างมาก
และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
ป้องกันการอักเสบในร่างกายได้
5. ประจำเดือนมามาก หัวปลีช่วยได้
แมัห้วปลีจะมีสรรพคุณบำรุงเลือด แต่สำหรับสาว ๆ
ที่ประจำเดือนมามากเกินไป (ต้องใช้ผ้าอนามัยเกิน 5 ชิ้นต่อวัน)
หัวปลีจะช่วยลดปริมาณเลือดประจำเดือนให้ได้ค่ะ

โดยหัวปลีมีสรรพคุณกระตุ้นร่างกายให้สร้างฮอร์โมนโปรเจสเทอโรน
ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ช่วยให้ปริมาณเลือดประจำเดือนที่มามาก
มาเกินความจำเป็นลดน้อยลงไปได้
6. ช่วยต้านเศร้า
หัวปลีมีแมกนีเซียม ธาตุอาหารสำคัญที่มีผลรักษาอาการซึมเศร้า
ดังนั้นใครรู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนซึม ๆ เศร้า ๆ ลองรับประทานหัวปลีสักเมนูสิคะ
7. รักษาโรคกระเพาะ
ยางจากหัวปลีมีฤทธิ์สมานแผลในกระเพาะอาหาร
โดยวิธีใช้ให้นำหัวปลีมาเผาแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มให้ได้ประมาณครึ่งแก้ว
ใช้เป็นยาเคลือบกระเพาะก่อนรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง
สูตรนี้เป็นยาโบราณเลยล่ะค่ะ…

0

เผย 5 เคล็ดลับ ‘เพิ่มผมหนา – ดกดำ’ บอกลาผมบาง

ผู้หญิงคนไหนกันแน่ที่มีผมหนาสวย ถือว่าโชคดีมีชัยไปกว่าครึ่งเพราะดูสวยมีเสน่ห์จนใครๆ
ก็หลงเสน่ห์ แต่สำหรับผู้หญิงที่มีผมบางอย่าเพิ่งนอยด์ไปค่ะ เพราะวันนี้เรามี เทคนิค
ที่จะช่วยทำให้ผมหนา บอกลาผมร่วงผมบางไปได้เลย พร้อมแล้วเราไปดูวิธีเหล่านี้กันเลยจ้า
1. 
ทานอาหารที่มีโปรตีน ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผมบาง ผมร่วง 
แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีน จำพวก ไข่ ถั่ว นม เนื้อสัตว์ ปลา 
ให้มากขึ้นก็สามารถช่วยได้ เพราะจะช่วยให้ทำให้ผมดกดำและเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ
2. 
บำรุงผม เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมออกมามากมายให้เลือกใช้ หรือสาวๆ
ใครต้องการลองใช้เป็นการบำรุงผมด้วยสมุนไพรได้แก่ 
น้ำมันมะกอก มะกรูด หรือว่าหางจระเข้ ก็ช่วยทำให้ผมแข็งแรงได้เช่นกัน
3. 
เลี่ยงสารเคมี/ความร้อน สารเคมีหรือความร้อนจากเครื่องไดร์ หนีบ ดัดผม เหล่านี้ 
มีความรุนแรงต่อเส้นผมอาจทำให้เส้นผมชี้ฟู แห้งเสีย หนังศีรษะแห้ง 
และผมร่วงอย่างรุนแรงได้ ดังนั้นทางที่ดีความเลี่ยงไว้จะดีที่สุด
4. 
หมักผม ควรบำรุงเส้นผมให้หนานุ่มด้วยรีตเมนต์บำรุงผม 
หรือสูตรหมักผมจากธรรมชาติเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2
ครั้งจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง นุ่มขึ้น ลดปัญหาผมเสียต่างๆได้ดีมาก
5. 
เปลี่ยนวิธีเช็ดผม พยายามอย่าเช็ดผมอย่างรุนแรง หรือ ใช้ความร้อนช่วยให้ผมแห้งเร็ว 
เพราะว่าวิธีเหล่านี้จะทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย 
หรือถ้าหากว่าหลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมด้วยไดร์ ที่หนีบผม แกนม้วนผม ไม่ได้ 
ก็ควรจะใช้ระดับความร้อนต่ำ หรือเป่าด้วยพัดลมก็เป็นการปกป้องผมอีกหนึ่งวิธีค่ะ

0

เปิดเผยเคล็ดลับแก้ปัญหาผิวบางใสจนเห็นเส้นเลือด !

เชื่อว่ามีหลายคนที่มีผิวบางจนใสเห็นเส้นเลือด 
แต่ว่าหลายคนชอบเพราะว่าผิวสวยใสสไตล์เกาหลี 
แต่ขอบอกเลยว่ามันดูป่วยมากกว่านะค่ะ 
อีกอย่างใส่อะไรมาก็ดูไม่สวยเพราะเห็นเส้นเลือดเยอะไปหมด 
สรุปว่าวันนี้พวกเราจะมาแนะนำเคล็ดลับจัดการกับปัญหาผิวบาง
รับรองว่าผิวกลับมาสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอนค่ะ

1. หาเวลาไปอาบแดดบ้าง การออกไปอาบแดดจะช่วยทำให้สีผิวของพวกเราเข้มขึ้น 
ช่วยหลอกตาไม่ใช้เห็นเส้นเลือดได้อย่างชัดเจน 
แต่ขอแนะนำให้อาบแดดที่เป็นช่วงเช้าเพราะว่าแดดไม่รุนแรงจนกระทั่งเกินความจำเป็น 
ต่อนี้ไปพวกเราก็จะกลายเป็นสาวที่มีผิวสุขภาพดีแล้วค่ะ

2. ออกกำลังกายเป็นประจำ การที่มีผิวบางทำให้หญิงอ่อนแอเกินความจำเป็น 
ดูอย่างกับว่าคนป่วยเหมือนพึ่งออกมาจากโรงบาล 
ก็เลยต้องหมั่นออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อเพื่อเสริมให้ลุคดูเป็นสาวแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

3. กินน้ำบ่อยๆ การกินน้ำนอกจากจะดีต่อผิวแล้ว 
ยังช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ช่วยให้ผิวอิ่มเพิ่มความชื้นแก่ร่างกาย
ไม่แห้งแตกเป็นขุย ควรทานน้ำอย่างน้อยวันละ แก้วต่อวัน เพื่อผิวและสุขภาพที่ดี

4. หลีกเลี่ยงการใช้กินแคร์กัดผิว สาวๆส่วนมากล้วนแล้วแต่ต้องการที่มีผิวขาว 
จนจะต้องใช้กินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA
เพราะว่าจะช่วยทำให้ผิวหน้าและผิวกายกระจ่างขาวใสเพิ่มขึ้น 
แต่อย่าลืมไปนะค่ะว่า AHA ไม่ได้ทำให้ผิวใสอย่างเดียว 
ยังทำให้ผิวของคุณนั้นบางมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงจะเหมาะสมที่สุดค่ะ

5. ไม่ขัดผิวรุนแรง คนที่ผิวบางไม่ควรขัดผิวบ่อยเกินไป 
เนื่องจากการขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก 
ยิ่งจะทำให้ผิวบางยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญเมื่อเวลาที่เราขัดผิวไม่ควรขัดแรงกระทั่งเกินไป

6. ทาครีมกันแดดทุกวัน สาวผิวบางค่อนข้างมีผิวที่อ่อนแอกว่าผิวแบบอื่น 
ที่สำคัญก่อนออกไปนอกบ้านทุกครั้งอย่าลืมทาครีมกันแดด 
ถ้าหากไม่ทาเมื่อเวลาออกแดดจะมีผลให้แสบผิวหรือแดงได้

0

10 วิธีเลิกบุหรี่ อย่างเด็ดขาด!!

แม้การเลิกสูบบุหรี่ ดูจเป็นไปได้ยากสำหรับคนที่สูงเองก็ตาม
แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่เกินความสามารถของเรา
เพียงแต่อาจจต้องอาศัยกำลังใจจากคนรอบข้าง
หรือยึดหลักปฏิบัติสักอย่างมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองนั้นทำตาม
วันนี้เราจะพามารู้จักกับวิธีการเลิกสูบบุหรี่ด้วยหลักการ 3 หา 7 ไม่ กัน

1. หาที่ปรึกษา ขอคำปรึกษาจากคนที่คุณรู้จัก
ที่เขาสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จมาแล้ว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้ทำตาม
หรือโทรศัพท์ขอคำแนะนำในการเลิกบุหรี่ ที่ 1600

2. หากำลังใจ เชื่อเถอะ! กำลังใจจากคนรอบข้างสำคัญจริงๆ
เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันให้คุณพยายามเลิกมันจนสำเร็จ
เพราะฉะนั้นควรบอกคนใกล้ชิดให้ทราบว่า คุณกำลังเลิกบุหรี่อยู่นะ

3. หาเป้าหมาย ลองวางแผนหรือกำหนดวันที่จะเลิกบุหรี่
อาจเป็นวันสำคัญทางศาสนา ที่เป็นที่ยึดเหนียวทางจิตใจ
หรืออาจจะเป็นวันสำคัญในชีวิตของคุณ
อย่างน้อยการนึกถึงสุขภาพที่ดีก็เป็นของขวัญให้แก่ตัวเองได้ดีเลยทีเดียวล่ะ
4. ไม่รอช้า

เตรียมโละอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ทิ้งให้หมด
เปลี่ยนกิจกรรมที่มักทำร่วมกับการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ให้เตรียมพวกผลไม้รสเปรี้ยว
หรือขบคบเคี้ยว เพื่อช่วยความอยาก

5. ไม่หวั่นไหว

เมื่อถึงกำหนดวันที่คุณตั้งใจจะเลิกสูบบุหรี่ ให้ลุกขึ้นอย่างสด
พร้อมกับคิดอยู่เสมอว่าคุณกำลังทำในที่สิ่งที่ดีที่สุด
6. ไม่กระตุ้น

หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความอยากที่จะสูบบุหรี่ เช่น กาแฟ
หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

7. ไม่หมกมุ่น

ส่วนใหญ่เมื่อเครียดแล้วคุณก็มักจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบใช่ไหมล่ะ
เพราะฉะนั้นต้องหาวิธีคลายเครียดซะใหม่ ด้วยการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย
หรือพูดคุยกับคนอื่นบ้าง ก็จะช่วยให้ความเครียดนั้นคลายลง

8. ไม่นิ่งเฉย

ลุกขึ้นมาจัดตารางการออกกำลังกายซะบ้าง อย่างน้อยวันละ 15-20 นาทีก็ยังดี
นอกจากจะทำให้สมองปลอดโปร่งแล้ว
ยังทำให้สุขภาพของหัวใจและปอดแข็งแรงขึ้นด้วยนะ

9. ไม่ท้าทาย

อย่าใจอ่อนด้วยการลองหันกลับไปสูบอีก
รู้ไหมว่าเพียงแค่มวนเดียวก็ทำให้คุณกลับไปติดมันได้อีกโดยที่คุณไม่รู้ตัว

10. ไม่ท้อแท้

หากคุณรู้สึกว่ายังเลิกไม่ขาด หันกลับไปสูบอีก
ก็ไม่ได้หมายความว่าที่พยายามมาทั้งหมดจะล้มเหลวนะ
อย่างน้อยคุณก็เรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัว
พยายามสู้ต่อไปเพื่อให้ตัวเองนั้นเลิกบุหรี่ได้อย่างสำเร็จ…

0

5 เทคนิคบรรเทาอาการง่วงโดยไม่ต้องพึ่ง “คาเฟอีน”

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จคนจำนวนมากชอบมีอาการง่วงนอนตามมา 
แต่จะให้นอนไปเลยก็คงไม่ได้เนื่องจากเดียวจะถูกเจ้านายหักเงินเอา จึงต้องหันไปพึ่ง
กาแฟ” ตัวช่วยที่จะทำให้หายจากอาการง่วงนอน 
แต่คุณรู้หรือไม่ว่านอกจากกาแฟจะทำให้หายง่วงแล้วยังมีอีก แนวทาง
ที่ทำให้หายง่วงนอนได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

1. พักสายตา เมื่อคุณทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลานาน
ตาจะมีลักษณะอ่อนเพลียอย่างแน่นอน 
ดังนั้นคุณจึงควรพักสายตาด้วยการมองไปที่ไกลๆทุก 20 นาที 
ครั้งละ 20-30 วินาที วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลายได้

2. เดินยืดเส้นยืดสาย หากรู้สึกง่วงจะทำอะไรต่อไม่ได้ 
ขอแนะนำว่าให้ลุกขึ้นยืนเดินเล่นสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยบรรเทาอาการง่วงได้
เพราะการเดินยืดเส้นยืดสายจะช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายที่ต้องเจอมาตลอดทั้งวัน

3. ฟังเพลง การทำงานในที่เงียบๆเป็นเวลานานนอกจากจะทำให้คุณเหงาแล้ว 
ยังทำให้คุณง่วงอีกด้วย ดังนั้นคุณควรหาเพลงที่มีจังหวะเร็วๆมาฟัง 
เพราะเพลงสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและที่สำคัญช่วยทำให้มีสมาธิเพิ่มมากขึ้นด้วย

4. ทานขนม การทานอาหารกลางวันในปริมาณจะเกินความจำเป็น
จะก่อให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ดังนั้นจึงควรทานในจำนวนที่เหมาะสม 
และก็ถ้าหากว่าง่วงมากมายก็สามารถทานของหวานได้ แต่ว่าควรที่จะเลือกของหวานที่ทานดี
เนื่องจากว่าถ้าเกิดทานของหวานมีแป้งหรือน้ำตาลเป็นจำนวนมากก็จะมีผลให้คุณอ้วนได้

5. กินน้ำ การกินน้ำเปล่าๆจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการตื่นตัวได้ 
เพราะเหตุว่าหากร่างกายได้รับน้ำในจำนวนที่เพียงพอ 
ก็จะช่วยปรับออกซิเจนภายในร่างกายเพิ่มขึ้นมาได้ ส่งผลให้มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ
รวมทั้งที่สำคัญการดื่มน้ำช่วยทำให้สมองสดใสด้วย

0

แนะนำ 3 เคล็ดลับเผยผิวสุขภาพดี โดยไม่ต้องแต่งหน้า !

การแต่งหน้าทาปากก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่หญิงสาวในยุคปัจจุบัน
บางคนปกปิดจนกระทั่งผิวหน้าแถบไม่มีอากาศหายใจ กระทั่งเป็นหลายสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าไม่ใส
หมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวขาดสมดุลความชุ่มชื้น สิว กระ ฝ้า และก็ปัญหาอีกเยอะมาก
หากไม่อยากหน้าพังมาฟังทางนี้ค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำ 3 เทคนิคเผยผิวหน้าสุขภาพดี
แบบไม่ต้องแต่งหน้า พร้อมแล้วพวกเราไปดูพร้อมๆกันเลยจ้า

1. ทำความสะอาดหน้าให้สะอาด ถึงแม้ว่าพวกเราจะได้แต่งหน้า เราก็ต้องดูแลผิวหน้าให้สะอาด
ด้วยเหตุว่าในทุกวันพวกเราต้องออกไปเจอกับฝุ่น และก็สิ่งสกปรก หากหน้าที่ไม่สะอาด
อาจเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้หน้าของคุณเกิดปัญหาได้เช่น สิว ผื่นคัน
เพราะฉะนั้นวิธีการทำความสะอาดผิวหน้าก็เลยเป็นเรื่องจำเป็น โดยเริ่มจากการเซ็ดหน้าให้สะอาดก่อน
ต่อจากนั้นล้างหน้าด้วยโฟมที่ใช้ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิว 1 ครั้ง แล้วก็สุดท้ายให้เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์
เพื่อกำจัดสิ่งปรกที่ตกค้างบนผิวหน้า พร้อมกับทาครีมบำรุงใบหน้าไปด้วย

2. บำรุงซ่อมแซมผิวหน้า อีกทางหนึ่งที่พวกเราพอจะช่วยตัวเองกันให้ดูดีแม้ไม่แต่งหน้าซึ่งก็คือ
การเลือกซื้อครีมดีๆมาทาบำรุ่งก่อนนอนและตอนตื่น ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวทุกๆวัน
และก็ยังช่วยความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวภายนอกเรียบเนียนใส เพื่อให้ผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
ควรเลือกใช้ครีมให้เหมาะสมกับผิวหน้า สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยควรเลือกใช้ครีมที่มี Anti
ที่ช่วยเติมเต็มผิวหน้าของเราให้เต็มอิ่ม อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญการมาร์คหน้าเป็นประจำเพื่อความชุ่มชื่นให้กับผิว

3. ปกป้องผิว เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า แดดเมืองไทยทำร้ายผิวของเราอย่างร้ายแรงมาก
แถมยังมีผลให้เกิดปัญหาผิวตามมา ทั้ง ฝ้า กระ จุดด่างดำ สิว ทำให้เกิดริ้วรอย
ด้วยเหตุนี้คุณควรซื้อครีมกัดแดดดีๆที่จะทำให้หน้าของคุณไม่เกิดอันตรายจากแสงแดด…

0

เลิกอาย ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้

โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งซึ่งสามารถป้องกันและก็ตรวจคัดกรองได้หลายแนวทาง
ผู้หญิงทุกคนควรจะได้รับการตรวจคัดกรอง เพื่อคุ้มครองโรครวมทั้งรักษาตั้งแต่ระยะแรก
แต่ปัญหาที่พบบ่อย คือหญิงบางคนมีความอายที่จะเข้ารับการตรวจภายใน
ทำให้พลาดโอกาสสำหรับเพื่อการตรวจพบรอยโรคระยะแรก หรือรอยโรคระยะก่อนลุกลาม
ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้หญิงทุกคนควรจะปรับทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจภายใน
ละความอายที่จะเข้ารับการตรวจคัดกรอง โดยเฉพาะคนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ซึ่งควรจะเข้ารับการตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี
ตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งปากมดลูก จำเป็นเพียงใด?
โรคมะเร็งปากมดลูก มีเหตุที่เกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี หลังติดเชื้อจะไม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในทันทีทันใด
แต่ว่าจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่เซลล์เยื่อบุปากมดลูก อาจไม่มีอาการแสดงอะไร
ตรวจเจอได้จากการคัดกรอง ซึ่งระยะก่อนเป็นมะเร็งนี้ ใช้เวลานานเฉลี่ย 10-15 ปี
ก่อนตัวโรคมีการพัฒนาไปเป็นมะเร็งระยะลุกลาม ดังนั้นถ้าหากรับบริการตรวจคัดกรอง
ตรวจภายในเป็นประจำ จะทำให้รักษา แล้วก็ป้องกันก่อนที่โรคจะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง ระยะลุกลาม
ซึ่งจะมีผลให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก
*วัคซีน
*ตรวจภายในเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก
*หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก
*กลุ่มคนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่รักหลายคน โดยไม่ป้องกัน
*ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, คนที่ได้รับยากดภูมิ ฯลฯ)
*การได้รับเชื้อเอชพีวีชนิดเสี่ยงสูง

อาการแสดงของมะเร็งปากมดลูก
อาการแสดงของโรคมีตั้งแต่ระยะที่ไม่แสดงอาการ ไปจนกระทั่งแสดงอาการแทรกซ้อนเช่น
ไตวาย การอุดกั้นของไตฉันพลับ หรืออาการแสดงในระยะที่โรคดำเนินไปถึงอวัยวะอื่นๆ
อาการส่วนใหญ่ที่มักพบที่สุดเป็นเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
มีตกขาวผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งอาการเหล่านี้ควรตรวจเพื่อหาสาเหตุความผิดปกติ…

0

วิธีสังเกต ใครเป็นอัลไซเมอร์

1.ความเข้าใจภาษาลดลง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก อาจหยุดพูดกลางคันและไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ หรือพูดย้ำกับตัวเอง รวมถึงอาจพูดน้อยลง

สับสนเรื่องเวลาหรือสถานที่ อาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใดและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร

  1. ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น ลืมวิธีการเปลี่ยนช่องทีวี
  2. บกพร่องในการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร หรือไม่สามารถแยกแยะรสชาติหรือกลิ่นได้
  3. บกพร่องในการบริหารจัดการ และตัดสินใจแก้ไขปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ
  4. บกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ไม่สามารถไปไหนตามลำพังได้
  5. บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เช่น ซึมเศร้า เฉื่อยชา โมโหฉุนเฉียวง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง

ทำอย่างไรให้ห่างไกลอัลไซเมอร์

  1. ไม่ควรอยู่กับบ้านเฉยๆ ควรทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ
  2. ร่วมกิจกรรมทางสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น อาสาสมัคร ชมรมต่างๆ
  3. ออกกำลังกาย แอโรบิค โยคะ เดินในที่อากาศโปร่ง
  4. เล่นกีฬาที่มีการฝึกสมอง เช่น หมากรุก หมากฮอส ช่วยให้ใจสงบ มีสมาธิ และเป็นการปรับร่างกายให้เข้าสู่ภาวะสมดุลและกระตุ้นสมองให้คิดแล
  5. วางแผน ตัดสินใจ ทำให้สมองแข็งแรงและทำงานอย่างสมดุล
  6. ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมือ เท้า และประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้เกิดการเชื่อมโยงของระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ให้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ทำจิตใจให้แจ่มใส และฝึกสมองให้มีการใช้ความคิด ความจำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ
  7. สิ่งสำคัญคือต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย งดเหล้าและบุหรี่ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาวะสมองเสื่อม
0

คนอ้วนนอนกรน เสี่ยง หยุดหายใจ

เตือนผู้ที่มีน้ำหนักมากจนเกินไปหรือคนอ้วน ที่ชอบนอนกรนเสียงดังอยู่เสมอ
แล้วก็ง่วงมากจนเกินความจำเป็นในเวลากลางวันจัดว่าผิดปกติ หรือบางทีก็อาจจะหงุดหงิดง่าย
อย่าละเลยอาการอย่างนี้โดยเด็ดขาด
เพราะว่าบางครั้งก็อาจจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับแบบไม่รู้ตัว
ภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับ
คือ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นมาจากการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น
ทำให้เวลาที่พวกเราหลับนั้นร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ
ซึ่งมีผลทำให้การนอนขาดตอน
ก็เลยทำให้สมองเกิดอาการง่วงนอนมากเกินไปในช่วงเวลากลางวัน
ซึ่งบางทีก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ขณะที่พวกเรากำลังขับรถยนต์
รวมทั้งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา อย่างเช่น โรคอ้วนลงพุง โรคหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด
กลุ่มเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถพบเจอได้ในทุกเพศทุกวัย
จะเกิดกับคนในวัยทอง คนอ้วน และอาจพบในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต
มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า หรือเด็กที่อ้วนส่วนใหญ่แล้วเพศชายมากกว่าผู้หญิง
สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
1. นอนกรนเสียงดังอยู่เสมอ
2. บางครั้งตื่นมาแล้วรู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยออก
3. อยากนอนมากเกินไปในเวลากลางวัน
4. ซึมเศร้า รำคาญง่าย
5. เวลาเข้านอนมักหยุดหายใจ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะหายใจแรง
กรนเสียงดังเป็นพักๆปะปนกับนิ่งเงียบ ในบางครั้งก็สำลักน้ำลาย
แนวทางป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
1. พยายามควบคุมอาหาร และก็ควรจะบริหารร่างกายอย่างต่ำ 5 วัน/อาทิตย์ ครั้งละ 30 นาที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีน้ำหนักมากหรืออ้วน วิธีการนี้จะทำให้นอนกรนน้อยลงและก็หลับได้สบายขึ้น
2. พยายามนอนตะแคง อย่านอนหงาย
3. ห้ามทานยานอนหลับ เพราะอาจจะกดการหายใจ ซึ่งจะก่อให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
4. เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เนื่องจากว่าจะมีผลให้นอนไม่ต่อเนื่อง
5. หลีกเลี่ยงการขับรถขณะง่วง เพราะว่าอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้…